MR.BiG
posted on 01 Oct 2009 12:59 by ggoopp
| 10 ข้อควรรู้ ก่อนไป “มันส์” กับ Mr. Big… | ||||||||||||||
|
1. Mr.Big คือวงร็อคที่มีชื่อเสียงมายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ ทั้งๆ ที่ต้องเจอทั้งปัญหาภายในวงและต้องถูกท้าทายด้วยเทรนด์ดนตรีใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย พวกเขายุบวงในปี 2002 แต่ด้วยกระแสเรียกร้องจากแฟนๆ ทั่วโลก ทำให้ Mr.Big กลับมารวมวงกันอีกครั้งในปี 2009 และพวกเขาก็เริ่มทัวร์แรกกันที่ญี่ปุ่นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา 2. หนึ่งในเพลงฮิตที่สุดของ Mr.Big ก็คือ To Be With You เพลงนี้ขึ้นอันดับหนึ่งในบิลบอร์ดชาร์ตถึงสามสัปดาห์ แถมยังยึดอันดับหนึ่งใน 15 ประเทศทั่วโลก โดยเพลงนี้เป็นเพลงที่ Eric Martin (นักร้องนำ) แต่งเอาไว้ตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น 3. เมื่อไม่นานมานี้ Paul Gilbert (มือกีตาร์) เล่าถึงสาเหตุที่ทำให้พวกเขาคิดจะกลับมารวมวงกันว่า มันเริ่มจากตอนที่เขามาเล่นแจมกับวง Amazing Journey (วงนี้จะเล่นทริบิวต์งานของ The Who) ซึ่งมี Mike Portnoy แห่ง Dream Theater ร่วมวงอยู่ด้วย และต่อมา Billy Sheehan (มือเบส) ก็เข้ามาแจมกับ Amazing Journey ด้วยอีกคน และช่วงเวลาที่ได้เล่นดนตรีกับ Sheehan นี่เอง ที่ทำให้ Gilbert รู้สึกได้ถึงบรรยากาศเก่าๆ ของ Mr.Big บวกกับหลายๆ ปีที่ผ่านมา ช่วงที่ไปออกทัวร์ตามประเทศต่างๆ Gilbert มักจะถูกแฟนเพลงถามว่า “เมื่อไหร่ Mr.Big จะกลับมารวมตัวกันซะที?” ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่กระตุ้นให้พวกเขากลับมีรียูเนียนกันในที่สุด 4. ในขณะที่ Billy Sheehan ก็ให้สัมภาษณ์ในทำนองคล้ายๆ กันว่า จุดเริ่มต้นที่ทำให้เขานึกอยากจะกลับมารวมวงกับเพื่อนๆ อีกครั้งเกิดขึ้นตอนที่ Paul Gilbert มาช่วยเล่นเพลง Dynamic Exhilarator ซึ่งอยู่ในโซโล่โปรเจ็กต์ของ Sheehan ที่มีชื่อว่า Holy Cow (ออกวางขายเมื่อปี 2008) ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้ทำงานร่วมกันในสตูดิโอนับตั้งแต่ Mr.Big ยุบวง
5. รู้หรือเปล่าว่า ก่อนที่ Eric Martin จะมาได้ดิบได้ดีกับตำแหน่งนักร้องนำของ Mr.Big เขาเริ่มต้นเส้นทางสายดนตรีด้วยการเป็นมือกลองและได้ขึ้นโชว์ครั้งแรกกับวงที่มีชื่อว่า The Buzz แต่หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็รู้ว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านการเป็นนักร้องมากกว่า 6. ย้อนกลับไปเมื่อปี 1985 Pat Torpey เริ่มต้นเส้นทางมือกลองอาชีพด้วยการไปออดิชั่นเพื่อเข้าร่วมวงของ John Parr (นักร้องแนวป๊อปร็อคชาวอังกฤษ เจ้าของเพลงอันดับฮิตอย่าง St. Elmo's Fire) ต่อมา Pat Torpey ย้ายมาเป็นมือกลองให้วง The Knack และฝีมือการหวดกลองของเขาก็ไปเข้าตาของ Billy Sheehan กับ Paul Gilbert จนถูกชวนให้มาร่วมวง Mr.Big ในที่สุด
7. เครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ Billy Sheehan หัดเล่นคือ กีตาร์อะคูสติก ที่เขาขอยืมมาจากพี่สาว จากนั้น Sheehan ก็ยกระดับตัวเองมาจับกีตาร์ไฟฟ้า แต่หลังจากเล่นกีตาร์ไฟฟ้าอยู่ได้พักใหญ่ ชีวิตของ Sheehan ก็ถึงจุดพลิกผันเมื่อไปเห็นฝีมือการเล่นเบสของ Tim Bogert แห่งวง Vanilla Fudge เข้า ซึ่งทำให้เขาเปลี่ยนใจหันมาเล่นเบสนับตั้งแต่นั้น จนถึงวันนี้ Billy Sheehanได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในมือเบสที่ดีที่สุดในโลก โดยเขาได้รับการโหวตจากผู้อ่านนิตยสาร Guitar Player ให้เป็น "Best Rock Bass Player" ถึง 5 ครั้งด้วยกัน 8. Paul Gibert เป็นมือกีตาร์ที่สามารถเล่นและแต่งเพลงได้หลากหลายสไตล์ทั้ง ป๊อป, ร็อค, เมทั่ล, บลูส์, คลาสสิค และฟังก์เขาได้รับการกล่าวขวัญถึงในฐานะ 1 ใน 50 มือกีตาร์ที่เล่นเร็วที่สุดในโลก จากการจัดอันดับของนิตยสาร Guitar World นอกจากนี้ เขาได้ยังรับการยกย่องให้ติด 1 ใน 10 ของ "Top 10 Shredders Of All Time" จากการจัดอันดับของนิตยสาร Guitar One ด้วย 9. นอกเหนือจาก Eric, Pat, Paul และ Billy แล้ว Mr.Big ยังเคยมี Richie Kotzen เข้ามาเป็นมือกีตาร์ในช่วงที่ Paul Gibert ออกจากวงไปเมื่อปี 1999 Kotzen สนใจดนตรีตั้งแต่เด็กๆ เขาเริ่มหัดเล่นเปียโนเป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกตอน 5 ขวบ ก่อนที่จะหันมาเล่นกีตาร์ตอนอายุ 7 ขวบโดยได้แรงบันดาลใจมาจากวง KISS
10. นอกจากญี่ปุ่นกับไทยแล้ว อินเดีย, สิงคโปร์, อินโดนิเซีย และเกาหลีใต้ เป็นอีก 4 ประเทศในเอเชียที่มีโอกาสได้ชมฝีมือ คลาสสิคไลน์อัพ ของ Mr.Big ใน รียูเนี่ยน ทัวร์ คราวนี้
|
การกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของ Mr. Big สุดยอดวงฮาร์ดร็อคระดับตำนาน ในทัวร์คอนเสิร์ตฉลองครบ 20 ปี กับทุกๆ บทเพลงร็อคขึ้นหิ้ง ที่จะทำให้สาวกทั้งหลายหายคิดถึงพวกเขา
วงร็อคยุค 90’s ที่รวบรวม ยอดฝีมือ Paul Gilbert มือกีตาร์, Billy Sheehan เบส, Pat Torpey กลอง และ Eric Martin ร้องนำ ที่ต้องบอกว่าเป็น Super Group
พวกเขารวมตัวกันในปี 1985 เล่นดนตรีในแนว Heavy Metal, Ballad และ Blues Rock
จุดเด่นของวง Mr. BIG อยู่ที่ พวกเขามีดนตรีที่เต็มไปด้วยความสามารถอย่างล้นเปี่ยม และมีความเป็น ร็อค และ ป๊อป ผสมอยู่ด้วยอย่างลงตัว จึงแตกต่างจากวง ร็อค ในยุคนั้น พอสมควร
Paul Gilbert เป็นมือกีตาร์ที่รู้จักกันดี จากความเร็วและเทคนิคอันยอดเยี่ยม จากผลงานวง Racer X และงานเดี่ยวของเขาเอง
Billy Sheehan มือเบสระดับเทพ โด่งดังมาจาก David Lee Roth และเคยร่วมงานกับ นักดนตรี ระดับเทพอีกมากมาย
Pat Torpey เป็นมือกลองที่ตีและ มิกซ์ดนตรี ระดับหัวแถว
ส่วน Eric Martin เป็นนักร้องดาวรุ่ง ที่มีน้ำเสียงชวนฝันและกร้าวในตัว
ทั้งสี่มารวมตัวกันสร้างผลงานอันเป็นตำนานบทหนึ่งของวงการเพลงร็อค ด้วยซิงเกิ้ลสุดฮิตอย่าง To be with you ที่ขึ้นถึงอันดับ 1 ของ Billboard Chart รวมถึงเพลงฮิตอื่นๆ อย่าง Wild World, Green Tinted Sixtes Mind เป็นต้น
อัลบั้มแรก ของ Mr.BIG ออกในปี 1989 ใช้ชื่อ Mr.BIG ชื่อเดียวกับวง ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าไรใน USA ในส่วนของ Mainstream Rock แต่ประสบความสำเร็จ ในญี่ปุ่น และพวกเขาก็ออกทัวร์โดยเล่นเป็นวงเปิดให้วง Progressive Rock รุ่นใหญ่ อย่าง Rush
ในปี 1991 อัลบั้มที่ สอง Lean into it ที่มีเพลง To be with you, Just take my heart สร้างความสำเร็จอย่างมากให้กับวง อัลบั้มนี้ขายได้หลายล้านก็อปปี้ และพวกเขาก็เริ่มมี World Tour เป็นของตนเอง งานชิ้นนี้ทำให้พวกเขากลายเป็น Super Star ขึ้นมาชั่วข้ามคืน โดยเฉพาะ Mainstream Rock คนฟังทั่วไปรู้จักชื่อ Mr.BIG
อัลบั้มที่ สาม Bumb Ahead ในปี 1993 ก็มีเพลงฮิต ที่พวกเขาเอาเพลงของ Cat Steven มาทำใหม่ ในแบบของเขา Wild World ก็ขึ้นอันดับหนึ่งอีกเช่นกัน
และปี 1996 ก็ออกอัลบั้ม Hey Man เป็นอัลบั้มสุดท้ายของวงที่มี Paul Gilbert เพราะในปี 1997 เขาก็ออกจากวง เพราะสาเหตุจากทิศทางดนตรีไม่ตรงกัน เขาไปออกงานเดี่ยวของตนเอง
Mr.BIG ก็ได้ Richie Kotzen มือกีตาร์มาดเข้มมาแทน และได้ทำผลงานออกอีกสองอัลบั้ม
ในปี 2000 ออกอัลบั้มที่ชื่อว่า Get over it และ ปี 2001 ออก Actual size ที่ออกเฉพาะในญี่ปุ่น ขายได้หลายล้านก็อปปี้เช่นกัน
วง Mr.BIG ก็ต้องหยุดลงเพราะ ความไม่เข้าใจและทิศทางดนตรีที่ไม่ตรงกันในวง สร้างความผิดหวังให้กับแฟนเพลง โดยเฉพาะใน แฟนๆ ญี่ปุ่น
ในปี 2009 ทางวง Mr.BIG ก็ประกาศว่า จะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อ ฉลอง 20 ปี ของ Mr.BIG นับจากอัลบั้มแรกเพื่อออกทัวร์ร่วมกัน โดยเริ่มจาก 6 คอนเสิร์ต ในญี่ปุ่น และทั้ง 6 คอนเสิร์ต ขายหมดภายในไม่กี่นาทีหลังจากเปิดขายบัตร
พวกเขามี Asia Tour รวมถึงประเทศไทย ที่จะมาเปิดการแสดงสดๆ ในวันที่ 16 ตุลาคมนี้อย่างแน่นอน













